| สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน
สำหรับวันนี้ผมก็มีเรื่องราวมา Update ให้กับเพื่อนๆ 3 เรื่องด้วยกันครับ
1. เรื่องแรกคือ เรื่องการรับเงินแบบ Direct Deposit จากทาง Amazon
โดยถ้าหากใครที่เลือกการรับค่าคอมมิสชั่นจาก Amazon เป็นแบบ Direct Deposit
เมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา คงรู้สึกร้อนๆ หนาวๆ ไปตามกันนะครับ เพราะว่า รอตั้งนาน
เงินก็ไม่ยอมเข้าสักที กว่าเงินจะเข้าก็ล่วงเข้าไปประมาณวันที่ 7 สิงหาคม กันนั่นเลย
หลายๆ คนก็เลยสงสัยกันไปต่างๆ นานาว่าเกิดอะไรขึ้น
ซึ่งทางธนาคารกรุงเทพที่นิวยอร์กก็ได้เป็นธุระในการติดต่อสอบถามกับทางAmazon
ให้ว่า “มีลูกค้าแจ้งมาว่ายังไม่ได้รับเงินเข้าบัญชีเลย ทาง Amazon ได้โอนเงินมาให้
หรือยัง” ก็เลยได้ทราบจาก Amazon ว่า ระบบภายในมีปัญหา ทำให้เงินที่แจ้งไปยัง
Affiliate แต่ละคนนั้น แจ้งไปแล้ว แต่ยังไม่ได้ทำการโอนให้ครับ ซึ่งรออีกนิด เงินก็จะ
เข้าถึงทุกคนแน่นอนครับ (และตอนนี้ก็คงเงินเข้าเรียบร้อยแล้วทุกคนนะครับ)
จากเหตุการณ์นี้ ทางธนาคารกรุงเทพจึงได้ฝากมาบอกทุกคนเลยว่า ธนาคารกรุงเทพ
ที่สาขานิวยอร์กนั้นเป็นเสมือนตัวกลางในการส่งผ่านเงินโอน ซึ่งในแต่ละวันทาง
ธนาคารจะมีการดึงข้อมูลการฝากเงินจากศูนย์ข้อมูล และก็จะทำการโอนเงินเข้า
บัญชีที่ไทยครับ ดังนั้นถ้าหากมีรายการฝากเงินเข้าแล้ว อย่างช้าไม่เกิน 1 วัน เราก็
จะได้รับเงินครับ
ส่วนเรื่องการที่เงินโอนจะเข้าวันไหน เมื่อไหร่ยังไงนั้น จะเป็นเรื่องของผู้ที่ฝากเงิน
เข้าบัญชี เช่น Amazon, CJ ว่าจะส่งไฟล์มาที่ธนาคารและขอฝากเงินเข้าวันไหนครับ
ดังนั้นถ้าหากมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นครั้งต่อไป ไม่ต้องตกใจครับ ถ้าหากเราไม่ไ้ด้
ทำอะไรผิดพลาดไป ยังไงเงินก็ต้องเป็นของเรา และมาเข้าบัญชีเราเองในที่สุดครับ
2. สำหรับเรื่องที่สองนี้ คงเหมาะสำหรับใครที่กำลังต้องการหาซื้อหนังสือ
แนว eBusiness อยู่นะครับ
เพราะว่าทาง Taradedu ได้ฝากข่าวมาบอกว่า ทุกคนสามารถเข้าไปซื้อหนังสือแนว
eBusiness นี้จากในเว็บไซต์ www.taradedu.com ได้โดยตรง ซึ่งทาง
Taradedu ก็มีโปรโมชั่นลดราคาพิเศษในช่วงนี้อยู่ครับ
ใครสนใจเรื่องไหน ก็ลองไปหาซื้ออ่านกันได้ครับ เพราะ “เงินทองหาเมื่อไหร่ก็หาได้
แต่ความรู้ที่ลึกซึ้งนั้นหาได้ยากยิ่ง” มีโอกาสแล้วอย่าปล่อยตัวเองให้ไหลไปตาม
กระแสโลกครับ เสริมความแข็งแกร่งให้ตนเองด้วยการพัฒนาตนเองอยู่เสมอ แล้วว่าย
ทวนกระแสไปให้ถึงเส้นชัยครับ
3. เมื่อวานผมพาคุณแม่ไปดู Wall-E มาครับ ก็เป็นหนังรักซึ้งๆ ของหุ่นยนต์
บ้านๆ กับหุ่นยนต์ไฮเทค และด้วยความรักนี้เอง
ก็ได้ทำให้หุ่นยนต์เก็บขยะของเรากลายเป็นฮีโร่ไปซะ อย่างที่เคยได้ยินมาครับว่า
“ความรักทำให้เกิดปาฏิหาริย์ได้เสมอ”
จริงๆ เนื้อเรื่องไม่มีอะไรมากครับ แต่ที่ผมคิดว่าเจ๋งก็คือ การที่ผู้สร้างสามารถทำให้
เราเข้าใจอารมณ์และความรู้สึกของหุ่นยนต์แต่ละตัวได้ โดยที่หุ่นยนต์ทั้งหมดแทบไม่
ไม่มีบทพูดเลย ผมคิดว่าทาง Pixar คงต้องการท้าทายตัวเองอีกครั้งด้วยโจทย์นี้ ก็
เลยสร้างหนังเรื่องนี้ขึ้นมา และแน่นอนว่า Pixar เค้าก็ทำได้สำเร็จอีกครั้งหนึ่งแล้ว
ครับ ใครที่สนใจก็ลองไปดูกันได้ครับ
แล้วเพื่อนๆ ไปไหนหรือทำกิจกรรมใดร่วมกับคุณแม่บ้างครับ ถ้ามีเวลาก็แวะเวียนมา
Update ให้ฟังกันบ้างนะครับ
โชคดีนะครับ
ตราวุทธิ์
-=-=-==-=-=-=-==-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-
เรียนรู้เทคนิคในการเพิ่ม CTR ให้โฆษณา AdWords ของคุณ
และเทคนิคการทำ Affiliate Marketing แบบต่างๆได้ที่
=> http://www.GoogleRichAdvancedCourse.com
-=-=-==-=-=-=-==-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-
|
5 Comments »
August 13, 2008
Nuttachai Rassadondee said:
เสียใจมากครับที่เมื่อวานทำเงินไม่ได้ถึง $100 ตั้งใจจะทำเป็นของขวัญวันแม่โดยเฉพาะเลย
เซ็งๆ ใครบังอาจมาแอบหลอยกูวะ จะเอาคืนให้เจ็บเลย
August 13, 2008
Prasert said:
ผมว่าการ์ตูนอนิเมชั่นของค่าย Pixar ทุกเรื่อง น่าดูมากเลยนะครับ ทำออกมาดี มีคติสอนใจทุกเรื่องเลย
พอได้คุณตราวุธ Recommended อย่างนี้ ยิ่งต้องรีบหาเวลาว่างพาคนรู้ใจไปดูด้วยซะแล้วสิ
August 14, 2008
joyc.. said:
จริงๆ แล้วไม่เฉพาะวันแม่หรือวันสำคัญเท่านั้น ที่จะนึกทำอะไรขึ้นมาสักทีหนึ่ง
ควรจะทำอยู่เนืองๆ
สิ่งที่ทำให้แม่นั้นถ้าครั้งไหนทำด้วยความยากลำบาก ครั้งนั้นจะจำได้แม่น
เคยตัดชุดผ้าไหมให้แม่
เริ่มจากต้องไปเดินเลือกทุกร้านในงาน OTOP ที่เมืองทองปีไหนจำไม่ได้แล้ว
วันนั้นเดินกันขาลาก ปวดขาไปเลย เดินดูทุกร้าน เดินหมดทุกฮอลล์ ระยะทางที่เดินวันนั้นรวมๆ ไม่รู้กี่กิโล
ได้มาชิ้นหนึ่ง เป็นชิ้นที่ได้รางวัลชนะเลิศได้การทออันดับ 1
ยิ่งชิ้นไหนจำนวนตะกอในการทอมากชิ้นนั้นจะมีราคาสูง ลวดลายจะใหญ่ เพราะทอยาก
งานแบบนี้ควรไปตั้งแต่วันแรกๆ เพราะว่าจะมีของให้เลือกมาก ไปวันหลังๆ จะไม่มีของให้ซื้อแล้ว
เมื่อได้ผ้ามาแล้วทีนี้ก็เลือกร้านที่จะตัด เลือกร้าน Andis ย่านทองหล่อ
เพราะเห็นผลงานในหนังสือหลายเล่ม ให้คะแนน 4 ดาวจาก 5 ดาว
หากผ้าเหลือเค้าคืนผ้าให้ด้วย ไม่เหมือนบ้างร้านทำอุบอิบ
ภูมิใจทุกครั้งที่เห็นแม่ใส่ ที่จำได้แม่นก็ที่เดินกันปวดขาเนี่ยแหละ
หากใครจะตัดสูทให้พ่อ หรือให้ตัวเอง แนะนำร้านราชวงศ์ ย่านนานา
เป็นร้านที่ตัดให้ ท่านประธานาธิบดี George W. Bush ด้วยนะ
สังเกตดูจากหน้าร้านจะมีโลโก้นกอินทรีย์ ในร้านมีรูป George W. Bush
————————————————————————————–
การตอบแทนคุณพ่อแม่ตามพระไตรปิฏกกล่าวไว้ว่า
“ภิกษุทั้งหลาย เรากล่าวการกระทำตอบแทนไม่ได้ง่ายแก่ท่านทั้งสอง
ท่านทั้ง ๒ คือใคร ?
คือ มารดา ๑ บิดา ๑
ภิกษุทั้งหลาย บุตรพึงประคับประคองมารดาด้วยบ่าข้างหนึ่ง พึงประคับประคองบิดาด้วยบ่าข้างหนึ่ง
เขามีอายุ มีชีวิตอยู่ตลอดร้อยปี และเขาพึงปฏิบัติท่านทั้งสองนั้น ด้วยการอบกลิ่น การนวด การให้อาบน้ำและการดัด
และท่านทั้งสองนั้น พึงถ่ายอุจจาระ-ปัสสาวะบนบ่าทั้งสองของเขานั่นแหละ
ภิกษุทั้งหลาย การกระทำอย่างนั้น ยังไม่ชื่อว่าอันบุตรทำแล้ว หรือทำตอบแทนแล้วแก่มารดาบิดาเลย
ภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง บุตรพึงสถาปนามารดาบิดาในราชสมบัติ
อันเป็นอิสราธิปัตย์ในแผ่นดินใหญ่อันมีรัตนะ ๗ ประการมากหลายนี้
การกระทำกิจอย่างนั้น ยังไม่ชื่อว่าอันบุตรทำแล้วหรือทำตอบแทนแล้วแก่มารดาบิดาเลย
ข้อนั้นเพราะเหตุไร ?
เพราะมารดาบิดามีอุปการะมาก บำรุงเลี้ยง แสดงโลกนี้แก่บุตรทั้งหลาย
ส่วนบุตรคนใด ;
ยังมารดา บิดาผู้ไม่มีศรัทธาให้สมาทานตั้งมั่นใน ศรัทธาสัมปทา
ยังมารดา บิดาผู้ทุศีล ให้สมาทานตั้งมั่นใน สีลสัมปทา
ยังมารดา บิดาผู้ตระหนี่ ให้สมาทานตั้งมั่นใน จาคสัมปทา
ยังมารดา บิดาผู้ทรามปัญญา ให้สมาทานตั้งมั่นใน ปัญญาสัมปทา
ภิกษุทั้งหลาย ด้วยเหตุมีประมาณเท่านี้แล การกระทำอย่างนั้น ย่อมชื่อว่าอันบุตรนั้นทำแล้ว
และทำตอบแทนแล้ว แก่มารดาบิดา”
เพราะว่าถึงแม้ว่าให้ทรัพย์สมบัติต่างๆ ก็ใช้ได้เฉพาะชาตินี้ชาติเดียวเท่านั้นเอาติดตัวไปสมปรายภพไม่ได้
แต่การทำให้ มีศรัทธา ศีล ปัญญา จาคะนั้น ถือว่าเป็นการให้อริยทรัพย์ ซึ่งสามารถติดตัวไปภายหลังความตาย
ได้ แต่ตอนนี้ส่วนตัวแล้วยังทำไม่สำเร็จ และหวังว่าจะสามารถทำได้สำเร็จก่อนที่พ่อหรือแม่จะตายเสียก่อน
ก็ต้องค่อยเป็นค่อยไป และก็ต้องลองใช้อุบายต่างๆ กันต่อไป ^_^”
แต่ต่อให้รักกันมากแค่ไหน อย่างไรความตายก็ต้องทำให้พรากกันอยู่ดี ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเวลานั้นจะมาถึงเมื่อไหร่
คนไทยนั้น แค่ให้พูดเรื่องตายๆก็ถือว่าเป็นอัปมงคล เด็กโดนพ่อแม่ตีเผียะไปหลายคน เวลาสมมุติอะไรเกี่ยวกับความตาย
สมควรจะช่วยกันถอนความเข้าใจผิด เมืองพุทธต้องปฏิบัติตามพระพุทธเจ้าสอน ต้องพูดถึงความตายได้เป็นปกติ และเตรียมตัวตายกันได้อย่างเป็นล่ำเป็นสัน
เห็นกันทั่วทุกหัวระแหง ไม่ใช่เกิดเหตุจวนตัว หรือเห็นสถานการณ์ของโลกเลวร้ายแล้วถึงค่อยคิดเข้าวัดเข้าวากัน การเข้าวัดเร่งทำบุญเพราะความกลัวบีบคั้น
“ชีวิตเป็นสิ่งไม่ควรประมาท จะตายเมื่อใดไม่อาจพยากรณ์
มัจจุราชมักมาถึงตัวโดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้า ถ้าวันนี้ยังมีกำลังก็ควร
ทำกิจที่คิดว่าควรทำที่สุด ทำแล้วคุ้มกับการเกิดมากที่สุด เพื่อจะไม่
เสียใจในภายหลังว่าวันสุดท้ายมาถึงแล้วยังไม่ใช้โอกาสทองให้สมค่า”
ปิตุฆาตกับมาตุฆาตคืออนันตริยกรรม ให้ผลหนักแน่นที่สุด
ประกอบกรรมชนิดนี้แล้วเอาคืนไม่ได้ ชะล้างหรือชดเชยด้วยวิธีใดๆ
ไม่ได้ สำนวนอันเป็นพุทธพจน์คือจะเป็นผู้ไปอบาย ตกนรกชั่วกัป
ไม่อาจเยียวยา อย่าเสี่ยงเฉียดใกล้เลยเป็นดี
ทีนี้คนส่วนใหญ่ก็มีโอกาสทำปิตุมาตหรือมาตุฆาตแบบไม่เจตนาได้ตอนไหน
คิด..คิด..คิด.. หน่อย ??
ก็ตอนที่พ่อหรือแม่ป่วยหนัก ในกรณีที่กำลังจะต้องตายแน่ๆ แต่เหมือนหายใจไปวันๆ
เพราะเครื่องช่วยหายใจ การถอดเครื่องช่วยหายใจออกอย่างนี้
ไม่ว่าจะเป็นในสถานการณ์ที่หลักฐานทางการแพทย์ชี้ว่าตายอยู่แล้ว แค่ช่วยให้หายใจเท่านั้น
หรือในสถานการณ์ที่หมดเงินที่จะรักษาแล้ว
อย่างนี้ควรจะทำเช่นไรจึงจะไม่เป็นการทำปิตุฆาตมาตุฆาต?
อย่าไปตัดสินใจเอง ว่าให้ถอดออก เพราะอย่างนี้จะถือว่าเป็นการสั่งฆ่า มีโทษเท่ากับลงมือฆ่าด้วยตัวเองเลยทีเดียว
ควรบอกหมอไปว่า ” จะทำอย่างไรก็แล้วแต่หมอ แล้วแต่ดุลยพินิจของหมอเถิด พามาให้รักษาแล้ว”
ทำเช่นนี้เราจะไม่มีส่วนในการตัดสินใจในการฆ่า รอดจากปิตุฆาตมาตุฆาต
หวังว่าคนที่รู้แล้วคงจะไม่มีใครพลาดทำปิตุฆาตหรือมาตุฆาตโดยไม่ได้เจตนานะ..
ตอนช่วงใกล้ตายนี้มีความสำคัญมาก เพราะว่าอาสันนกรรมจะให้ผลก่อน
หรือใครจะให้ฟังบทสวดมตร์ ควรใช้บทสวดที่มีในสมัยพุทธกาลเช่นอิติปิโส พาหุง …เป็นต้น
ตายขณะฟังธรรมหรือฟังพระสวด อย่างนี้ไปสวรรค์ชั้นดาวดึงส์
ไม่ต้องสนใจว่าจะมีแรงพูดหรือไม่ แค่จิตจดจ่ออยู่ที่บทสวดเป็นใช้ได้ (สามารถอ่านเพิ่มได้ที่พระไตรปิฏกเล่มที่ 48 หน้าที่ 419 เรื่องมัณฑูกเทวปุตตวิมาน-เทวดากบ ซึ่งตายขณะฟังธรรม)
(แต่ใครที่รู้ธรรมะก็คงได้เปรียบหน่อย เพราะสามารถเลือกได้ว่าจะไปไหนตามใจปรารถนา แล้วก็วางแผนทำบุญตามแผนนั้นๆ และเป็นผู้ที่ไม่กลัวตาย)
อาจกล่าวได้ว่าวาระแห่งการส่งคนตาย คือวาระอันเหมาะควรแก่การ
ให้ที่พึ่งสำคัญสูงสุดกับบุคคลอันเป็นที่รักของเรา
ที่นี้มาดูความเป็นจริงที่เกิดขึ้นในโลก ทุกวันมีคนตาย และ
คนตายจำนวนหนึ่งก็มีโอกาสพบญาติในวาระสุดท้ายก่อนลมหายใจ
สิ้นจากร่าง บรรดาญาติมิตรอันเป็นที่รักเขาทำอะไรกัน?
พวกเขาพากันร้องไห้ระงมเป็นจักจั่น นั่นเท่ากับสร้างภพแห่งความอาลัยขึ้นใน
จิตของผู้ตายชัด ยิ่งถ้าคนใกล้ตายซวยหน่อย เจอญาติวิกลจริต
ส่งเสียงปี๊ดๆ พร่ำแต่ร้องว่าอย่าตายๆ ก็จะยิ่งใจไม่ดี เหมือนโดนห้าม
ไม่ให้โดดลงเหว การที่คนเราใจไม่ดีตอนสายตากำลังพร่าพรายนี่ หูหาเรื่องง่าย
เสียงปี๊ดๆ อาจฟังคล้ายเปรตเป่านกหวีดเรียกให้ไปเป็นพวกเร็วๆ ก็ได้
คนกำลังจะตาย ฝ่ายคนเป็นก็มารั้งแข้งรั้งขา หน่วงเหนี่ยวไว้จนจิตเขาดิ้นรนอยากอยู่ต่อ
จิตที่ดิ้นรนนั้นเป็นทุกข์หรือเป็นสุขเล่า?
แล้วจิตที่เป็นทุกข์ มีความเศร้าหมอง มีความยึดติดอาลัยในภพเดิมจะมีกำลังอ่อนแอหรือแข็งแรงเล่า?
แล้วจิตอ่อนแอที่ไหนจะระลึกนึกถึงบุญกุศลอันน่าเบิกบานปีติยินดีได้?
สรุปคือส่วนหนึ่งที่คนตายไม่ค่อยได้ไปดี ก็เห็นทีจะต้องโทษ
บรรดาญาติๆ ที่ไม่ค่อยเห็นใจคนตาย ไม่รู้วิธีทำให้คนตายสบายใจ
นี่แหละ นี่ยังไม่นับพวกที่ไปตีกันในห้องคนไข้ เห็นพ่อแม่ร่อแร่เจียนอยู่เจียนไป
ไม่ทันไรก็ทวงถามกันต่อหน้า ทำพินัยกรรมไว้หรือยัง? จ้างทนายที่ไหนทำ?
ที่ดินตรงโน้นกับรถคันนั้นเป็นของน้องหรือของหนู? ฯลฯ
ยิ่งถ้าได้รู้ความจริงว่าตัวเองได้น้อย คำถามระคาย
โสตจะยิ่งโถมเข้ากระแทกแก้วหูคนใกล้ตายอย่างไม่ปรานีปราศรัย
นั่นคือธรรมดากิเลสมนุษย์ รู้ๆ กันอยู่ แต่ที่ไม่ค่อยจะรู้กัน ก็คือเรื่อง
ร้อนรุมเร้าคนใกล้ตาย อาจเป็นมหันตภัยใหญ่กับเขาได้อย่างสมบูรณ์
แบบสูงสุดทีเดียว!
หากถามถึงความเหมาะสมหรือแนวปฏิบัติว่าควรทำเช่นไร
คงบอกได้เป็นกลางๆ แค่ว่าการมีญาติมิตรลูกหลานห้อมล้อมพร้อมหน้าพร้อมตานั้น
ยังเป็นสิ่งสมควร หากขาดไปจะเป็นการละเลยและดูดาย
แต่ถ้าเห็นแก่คนตายจริงๆ ก็ขอให้หลีกเลี่ยงคำพูดสะเทือนใจทั้งหลายเถิด
ร้องไห้น่ะไม่เป็นไร ดีเหมือนกัน คนตายจะได้รู้ว่ามีคนอาลัย
แต่เตรียมๆ คำพูดไว้หน่อย อย่าพร่ำเพ้อแบบนึกอยากพูดอะไร
ก็พูด หรือขออะไรที่คนตายให้กับเราเป็นครั้งสุดท้ายไม่ได้
เช่น ‘อย่าเพิ่งตายนะครับ’ หรือ ‘อยู่กับหนูต่อเถอะได้โปรด’ ขอให้อดกลั้นไว้
หันมาพูดแสดงความอาลัยในแบบที่ก่อความรู้สึกด้านดี
เช่น ‘รอผมบนสวรรค์นะครับ’ หรือ ‘แล้วหนูจะพยายามทำบุญตามไปข้างบนนะคะ’
คำสั้นๆ ที่ออกมาจากใจจริงจะมีผลใหญ่เกินกว่าที่คุณคิด ขนาดที่จิต
คนตายอาจยึดไว้เป็นเข็มทิศนำทางทีเดียว
—————————————————————————————————
ขอบคุณที่อ่านจนจบหวังว่าจะเป็นประโยชน์แม้สักน้อยนิดก็ยังดี..
ส่วนใครที่ไม่มีพ่อหรือแม่ให้บอกรักแล้วก็ไม่ต้องเสียใจไป เพราะโอกาสที่ท่านจะสามารถทำบาปนั้นแทบไม่มีเลย
แค่ใช้ให้หยิบโน้นให้ นี่ก็บาปแล้ว (ใครสงสัยให้ไปอ่านพระไตรปิฏกเรื่องนางขุชชุตตรา ที่ใช้พระอรหันต์ให้หยิบของให้ แล้วส่งผลให้ต้องมาเป็นคนรับใช้)
ก็ถือโอกาสอันดีนี้ ไปทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ท่าน
August 15, 2008
SoRiMaJiJung.Blog said:
พอดีคุณ Trawut พูดถึงหนัง Animation ผมไปอ่านข่าวเจอหนังของคนไทยเรื่องนึงแนว Super Hero ซึ่งเราๆ ท่านๆ รู้จักกันดีครับ แต่คราวนี้คนไทยนำมาสร้าง มีการร่วมทุนกับหลายประเทศ อ่ะๆ กำลังคิดกันอยู่ใช่ไหมคับ ลองเข้าไปดูได้ใน Link ข้างล่างเลยครับ เป็นยังไง ก็มาเล่ากันบ้างนะคับ Clip Link แล้วเจอกันครับ
August 19, 2008
dayafterday2008 said:
อยากไปดูเหมือนกันครับ น่าสนุกครับคลายเครียดได้สบายๆเลยหนังอนิเมชั่น