July 23, 2008

Inside Google Search Volume Data

สวัสดีครับ

สำหรับวันนี้ผมก็มีข่าวดีมาแจ้งให้ทราบกันถึง 2 เรื่องครับ

เรื่องแรกคือ ตอนนี้ทาง Google ได้เปิดเผยข้อมูล จำนวนการค้นหาต่อเดือน
ในแต่ละ Keywords แล้ว ซึ่งผมคิดว่าข้อมูลตรงนี้มีความสำคัญกับการทำ
eBusiness ของทุกคนอย่างแน่นอน ดังนั้นใครที่ยังไม่เคยลองใช้ ก็รีบเข้า
ไปใช้งานได้เลยครับ รายละเอียดเพิ่มเติม อ่านได้จากบทความด้านล่างของ
อีเมล์เลยนะครับ

อีกเรื่องหนึ่งก็คือ ในวันที่ 8 สิงหาคม 2551 นี้ ทางธนาคารกรุงเทพจะมีการ
จัดงานสัมมนา “e-Business 4The Net Generation” ขึ้น เนื่องจากเล็ง
เห็นว่า ปัจจุบันมีคนไทยสนใจและต้องการเข้ามาศึกษาแนวทางการทำ
eBusiness มากขึ้นเรื่อยๆ

ดังนั้นถ้าหากใครที่สนใจ หรือ มีเพื่อนๆที่สนใจ ก็แนะนำให้มาเข้าร่วมสัมมนา
กันได้นะครับ สำหรับรายละเอียดนั้น สามารถเข้าไปอ่านได้ที่เว็บไซต์
ธนาคารกรุงเทพ

=> http://www.bangkokbank.com/Bangkok+Bank+Thai
/Personal+Banking/Whats+new/eBusiness.htm

หรือดาวน์โหลดได้ที่

=> http://trawut.com/eBook/eBusiness-4theNet-Generation.DOC

สำหรับวันนี้ก็คงมีเรื่องมา Update เพียงเท่านี้ครับ แล้วก็สำหรับใครที่ยังไม่
ได้ดาวน์โหลด iBusiness Magazine ฉบับเดือนกรกฏาคมนี้ ก็อย่าลืมเข้า
ไปดาวน์โหลดกันได้ที่เว็บไซต์ผมเลยนะครับ

ขอให้โชคดีเช่นเคยครับ

ตราวุทธิ์

-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-
Inside Google Search Volume Data

โดยตราวุทธิ์ เหลืองสมบูรณ์
www.trawut.com
-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-

ตอนนี้ทาง Google ได้ทำการ Update ตัว Google Keyword Tool ครั้ง
ใหม่ และได้เพิ่มการแสดงข้อมูลที่สำคัญมากในการทำธุรกิจออนไลน์เข้าไป
เป็นที่เรียบร้อยแล้ว นั่นก็คือ ข้อมูลแสดงจำนวนผลการค้นหาของแต่ละ
Keywords ครับ

จริงๆผมว่า Google เองน่าจะมีการแสดงข้อมูลนี้มาตั้งนานแล้ว เพราะแต่
ก่อนทาง Yahoo! เองก็เปิดเผยข้อมูลตรงนี้ให้กับเราได้ทราบกันผ่านทาง
Overture Suggestion Tools แต่ทาง Google เองตอนนั้นก็คงไม่อยาก
จะเปิดเผยข้อมูลภายในมากจนเกินไป ก็เลยปิดข้อมูลตรงนี้เป็นความลับซะ

มาวันนี้ที่ทาง Google พร้อมแล้ว จึงได้นำข้อมูลจำนวนคนค้นหาในแต่ละ
Keyword มาแสดงให้เราทราบกัน โดยจำนวนคนค้นหาที่ทาง Google
แสดงนั้น จะเป็นจำนวนรวมระหว่าง การค้นหาบน Google และ การค้นหา
บน Search Network ดังนั้นตัวเลขก็เลยดูเยอะมากๆครับ

โดยข้อมูลจำนวนการค้นหาที่เราดูได้จะมี 2 อย่างด้วยกัน คือ

1. Approx Search Volume: จำนวนการค้นหาภายในเดือนที่ผ่านมา
2. Approx Avg Search Volume: จำนวนการค้นหาเฉลี่ยต่อเดือน

ข้อมูลทั้งสองนี้ น่าจะเป็นประโยชน์กับเราทุกคน เพราะไม่ว่าเราจะทำ
โฆษณากันด้วยวิธีไหน จะ PPC หรือจะ SEO ถ้าหากเรารู้ได้ว่า Keywords
ที่เรากำลังจะทำโฆษณานั้นมีการค้นหาเท่าไหร่ เราย่อมวางแผนงาน และ
เลือกใช้ Keywords ได้ดีขึ้นครับ

และแน่นอนว่า การทำ Product Research ของเราก็จะง่ายขึ้นด้วย เพราะ
เราจะทราบได้โดยง่ายกว่า Niche Market แต่ละอันนั้น อันไหนที่คนนิยม
ค้นหามากกว่ากันครับ

-=-=-==-=-=-=-==-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-
เรียนรู้เทคนิคในการเพิ่ม CTR ให้โฆษณา AdWords ของคุณ
และเทคนิคการทำ Affiliate Marketing แบบต่างๆได้ที่
=> http://www.GoogleRichAdvancedCourse.com
-=-=-==-=-=-=-==-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-

< ———- จบบทความ ———->

** สำหรับเจ้าของเว็บไซต์ทุกท่าน **

คุณสามารถนำบทความนี้ไปแสดงบนเว็บไซต์ของคุณได้ โดยขอให้แสดง
บทความทั้งบทความ ตั้งแต่ชื่อบทความ จนถึงจุด "จบบทความ" โดยไม่มี
การแก้ไขลิงค์และส่วนใดส่วนหนึ่งของบทความ
ขอบคุณครับ
 

Permalink • Print • 1 Comment

July 21, 2008

iBusiness Magazine July 2008

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน

เป็นอย่างไรกันบ้างครับ สบายดีหรือเปล่า ตอนนี้ก็ผ่านครึ่งปีมาแล้วนะครับ เป้าหมายที่ตั้งใจว่าจะทำให้ได้ภายในปีนี้ ทำกันไปได้กี่อย่างแล้วครับ

สำหรับวันนี้ก็เช่นเคยครับ ผมนำ iBusiness Magazine มาฝากกันอีกแล้วครับ โดยฉบับของเดือนนี้ ผมได้ขอเกาะติดกระแส Web 2.0 ที่ตอนนี้ เป็นคำฮิตที่พูดติดปากกันไปทั่วบ้านทั่วเมืองแล้ว

ซึ่งเนื้อหาต่างๆ ในฉบับนี้ก็ได้ผู้เชี่ยวชาญและผู้มีความรู้ทางด้าน Web 2.0 มาอธิบายให้ความรู้ว่า Web 2.0 คืออะไร เป็นอย่างไร มีการเริ่มต้นมาได้อย่างไร และเราจะสามารถเพิ่มคุณค่าของ Web 2.0 โดยนำมาสร้างรายได้ให้กับเราได้อย่างไรอีกด้วยครับ

รวมทั้ง ถ้าหากหากใครที่พลาดโอกาสร่วมงานสัมมนา Thailand eBusiness Summit I: From Zero to Hero ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคมไป ก็ไม่ต้องเสียใจนะครับ เพราะทางทีมงานได้เก็บภาพบรรยากาศในวันงานและเรียบเรียงเนื้อหาสาระสำคัญจากวิทยากรท่านต่างๆ มาใส่ไว้ในฉบับนี้ด้วยครับ

 

      

เวอร์ชันสี                                                เวอร์ชันขาว ดำ

คลิกขวาเลือก Save Target As เพื่อดาวน์โหลด iBusiness Magazine

 

และเช่นเคยครับ หากเพื่อนๆ คนใดมีข้อเสนอแนะเพิ่มเติมในส่วนของ iBusiness Magazine สามารถติชมมาได้ที่ editors@infogination.com ตลอด 24 ชั่วโมงครับ

 

 

แล้วพบกันใหม่ฉบับเดือนสิงหาคมครับ

ตราวุทธิ์

 

Permalink • Print • 2 Comments

July 10, 2008

Google Affiliate Network New Interface

 

สวัสดีครับเพื่อนๆ

จากครั้งที่แล้ว ที่ผมได้พูดถึงเรื่องที่ Google ได้เปลี่ยนชื่อ Performics ให้กลายเป็น Google Affiliate Network และได้พูดถึงความเป็นไปได้หลายๆ อย่างที่กำลังจะเกิดขึ้นนั้น

ตอนนี้สิ่งแรกก็ได้เกิดขึ้นเป็นที่เรียบร้อยแล้วครับ นั่นก็คือ ทาง Google ได้ทำการเปลี่ยนแปลงสีสัน หน้าจอการใช้งาน จากของเดิมที่ดูมืดๆทึมๆ ให้กลายเป็น หน้าจอสีสันสดใส ตามสไตล์เฉพาะตัวของ Google ครับ

 

ดูไป ดูมา จะว่าไปแล้ว หน้าตาก็คล้ายๆ กับ Google AdSense อยู่เหมือนกัน ก็อย่างว่าครับ Google Affiliate Network กับ Google AdSense ก็เหมือนกับพี่น้องคลานตามกันมานั่นเองครับ

สำหรับระบบการใช้งานภายในต่างๆ ผมลองใช้ดูแล้ว พบว่าทุกอย่างยังเหมือนเดิมครับ Google เพียงแค่เอาหน้ากากมาสวมไว้ข้างนอกเฉยๆเท่านั้นเอง

อีกสิ่งหนึ่งที่ผมคิดว่า Google น่าจะทำตามมา คือ การที่ให้เราสามารถใช้ Google Account ในการสมัครและใช้งาน Google Affiliate Network นี้ได้เลย เหมือนกับที่ทำมาแล้วในหลายๆบริการ เช่น Gmail, AdWords, AdSense, Picasa, Orkut เป็นต้น

อีกเรื่องหนึ่งครับ สำหรับใครที่เพิ่งจะเข้ามาเริ่มทำธุรกิจ Affiliate Marketing หรือ ใครที่สนใจจะเข้ามาลองทำธุรกิจ Affiliate Marketing ทางบริษัทอินโฟจิเนชั่น จะมีการจัดสัมมนาร่วมกับทาง TKPark ในหัวข้อเรื่อง Affiliate Marketing Millionaire วันที่ 20 กรกฏาคม 2551 นี้ครับ

โดยเนื้อหาในงานสัมมนาก็จะเป็นการแนะนำการทำธุรกิจ Affiliate Marketing เบื้องต้นครับ ใครที่สนใจจะเข้าฟังการบรรยาย สามารถเข้าไปอ่านรายละเอียดได้ที่

 

=> http://infogination.com/news

 

แล้วพบกันใหม่ครั้งหน้าครับ

ตราวุทธิ์

Permalink • Print • 3 Comments

July 7, 2008

Amazon Quick Affiliate Link

ในงานสัมมนา Amazon Advanced Course ครั้งที่ผ่านมา มีคนถามผมว่า เราจะสามารถสร้าง Amazon Affiliate Link ให้ไปยังหน้าสินค้าที่เราต้องการเท่านั้นได้อย่างไร

จริงๆ แล้ว วิธีการที่พื้นฐานที่สุด ก็คือ การเข้าไปขอ Text Link จากเมนู Build Links/ Widgets แล้วเลือกสร้าง Link แบบ Link to Any Page at Amazon.com นั่นเองครับ โดยตรงที่ amazon ให้เราใส่ URL ก็ให้เรานำเอา URL ของหน้าที่เราต้องการจะส่งคนเข้าไปมาใส่ได้เลยครับ

 

ซึ่งในเรื่องนี้ผมก็ได้จัดทำ eClass ไว้แล้ว สามารถเข้าไปดูได้ที่

=> http://www.googlerichadvancedcourse.com/eClass/amazon

 

แต่สำหรับวิธีการนี้ Affiliate Link จะยาวมาก และดูไม่ค่อยสวยงามเท่าไหร่

ดังนั้นวิธีการที่เร็วกว่า ง่ายดายกว่า และจดจำได้ง่ายกว่า คือ การสร้าง Amazon Affiliate Link โดยใช้รูปแบบพิเศษที่ทาง Amazon จัดให้เราไว้ใช้สำหรับลิงค์ไปยังหน้าเฉพาะสินค้าที่เราต้องการครับ โดยลิงค์ที่ได้จะสั้น กระทัดรัดมาก จนบางคนเลยเรียกว่า การ Shorten Amazon Affiliate Link ครับ

 

สามารถทำได้ตามรูปแบบดังนี้

=> http://www.amazon.com/exec/obidos/ASIN/xxxxxxxx/tracking-id

 

โดย

ASIN คือ Amazon Standard Identification Number ซึ่งเราสามารถหาได้ในส่วน Product Details ของสินค้าที่เราต้องการทำโฆษณาครับ

ดังนั้นจากรูปแบบด้านบน สิ่งที่เราจะต้องทำการเปลี่ยนก็เพียงแค่ เปลี่ยนตรง xxxxxxxx ให้เป็นหมายเลข ASIN ของสินค้าที่เราต้องการโฆษณา และเปลี่ยน tracking-id ให้เป็น ID ของเรา ดังนี้ครับ

 

=> http://www.amazon.com/exec/obidos/ASIN/B0002BJQDY/trawut-20

 

หรือ

=> http://www.amazon.com/exec/obidos/ASIN/B000067FDW/trawut-20

 

เป็นต้นครับ

หรือถ้าหากใครต้องการจะทำให้สั้นลงไปอีก ก็ทำได้โดยการลดรูปของ /exec/obidos/ ให้เหลือเพียงแค่ /o/ ดังนี้ครับ (ตัวอักษร "โอ" นะครับ ไม่ใช่เลขศูนย์)

 

=> http://www.amazon.com/o/ASIN/B0002BJQDY/trawut-20

 

ก็จะใช้ได้เหมือนกันนั่นเองครับ

ซึ่งการใช้ Amazon Affiliate Link แบบย่อนี้ มีข้อดีอีกคือ เราไม่จำเป็นต้อง login เข้าไปใน Amazon Associate ทุกครั้งที่ต้องการสร้าง Link เราสามารถไปดูเลข ASIN ของสินค้าที่ต้องการ แล้วนำมาใส่เพื่อไปใช้ทำโฆษณาได้ทันที ทำให้ประหยัดเวลาในการทำโฆษณาของเราไปได้เยอะมากครับ ยังไงก็ลองไปใช้ดูนะครับ

นี่ก็เป็นอีกเทคนิคหนึ่งในการทำโฆษณา Amazon บน PPC นะครับ ส่วนใครที่ต้องการจะทำโฆษณาสินค้า Amazon ผ่านทาง aStore และ SEO ก็สามารถเข้ามาเรียนรู้เทคนิคต่างๆแบบนี้ได้ในงานสัมมนา Ultimate aStore Optimization นะครับ (เหลืออีกเพียงแค่ 4 ที่นั่งเท่านั้นครับ)

 

=> http://infogination.com/course/ultimate-astore-optimization

 

แล้วพบกันครับ ^_^

ตราวุทธิ์

 

Permalink • Print • 2 Comments

July 4, 2008

Google Affiliate Network!

สวัสดีครับเพื่อนๆ

เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2551 ที่ผ่านมา ผมได้รับอีเมล์จาก Performics แจ้งมาว่า ตอนนี้ได้มีการ Re-Brand ใหม่เป็น Google Affiliate Network แล้ว และบอกว่าให้ทุกคนเตรียมตัวไว้ เพราะอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงหน้าตาเว็บไซต์บ้างในอีก 2-3 อาทิตย์ครับ

ทั้งนี้ตั้งแต่ Google ได้ซื้อกิจการของ DoubleClick Performics เสร็จสิ้นในเดือนมีนาคม 2551 ที่ผ่านมา หลายฝ่ายก็ได้จับตาดูว่าทาง Google จะมีการปรับปรุงระบบโฆษณาแบบ CPA ใน AdSense for Referral อย่างไรบ้าง เพราะว่าการได้เทคโนโลยีและฐานลูกค้าของ Performics มา อาจจะทำให้ Google สร้างสรรค์อะไรใหม่ๆ ออกมาเรียกความฮือฮาให้กับวงการ Affiliate

สุดท้ายก็กลายเป็นว่า Google ได้ประกาศยุบ AdSense for Referral แล้ว (โดยจะมีผลตอนสิ้นเดือนสิงหาคม 2551 นี้ครับ ใครที่มีทำโฆษณา AdSense for Referral อยู่ ก็อย่าลืมนำ Code ออกนะครับ) และได้นำไปรวมกับ Performics สร้างเป็นบริการใหม่ ภายใต้แบรนด์ของ Google คือ Google Affiliate Network นั่นเองครับ

จุดนี้ผมมองว่า ทาง Google น่าจะต้องการแยกโฆษณา Contextual Ads ออกจากบริการ Affiliate Network ให้ชัดเจน เพราะจะทำให้ทั้ง Publisher และ Advertiser เข้าใจ และใช้งานง่ายขึ้น เพราะถ้าหากนำ Performics มารวมใน AdSense Referral อาจจะทำให้คนทั่วไปที่อยากทำ Affiliate ไม่ได้เข้ามาใช้งาน เพราะคิดว่าเป็น Contextual Ads และวิ่งไปใช้บริการของ Affiliate Network อื่นๆ แทน

ตรงนี้ที่จริงอาจจะเป็นไปได้ว่า Google ลองทดสอบ AdSense for Referral มาสักระยะหนึ่งแล้ว และพบว่า ไม่สามารถดึงดูด Affiliate Publisher ได้มากเท่าไหร่ ทำให้มีคนทำโฆษณาน้อย และ Advertiser ไม่ได้รับผลอย่างที่คาดหวังครับ จึงได้ตัดสินใจยุบ AdSense for Referral ไป

ที่สำคัญ Performics เองก็ได้ให้บริการมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1998 มีชื่อเสียง ฐานลูกค้า และมูลค่าอื่นๆ ในตัวเองอีกมากมาย ในขณะที่ AdSense for Referral เพิ่งตั้งมาได้ไม่ถึง 2 ปี ถ้าจะให้ยุบอันใดอันหนึ่ง ก็น่าที่จะเป็น AdSense for Referral ครับ (ถ้ายังมีครบทั้ง 2 บริการอยู่ ก็จะเป็นบริการที่ทับซ้อนกันเองของ Google และจะสร้างความงุนงงให้กับ Advertiser อย่างแน่นอน ทาง Google จึงคิดว่ายุบให้เหลือแค่อย่างเดียวดีกว่าครับ)

 

ส่วนสิ่งที่จะตามมาของการปรากฏตัวของ Google Affiliate Network นี้ ผมว่าที่สำคัญๆ ก็น่าจะเป็น

1. เรื่องของแบรนด์ Google ที่จะสามารถดึงดูดทั้ง Advertiser และ Publisher จำนวนมากให้มาอยู่ในมือได้ ทำให้ Google Affiliate Network นี้ อาจจะกลายเป็นศูนย์รวม Affiliate Network ที่ใหญ่มากในอนาคต

2. เรื่องการทำ Localize ที่ผมคิดว่า น่าจะมีตามมาในอนาคต เพราะปัจจุบัน Google เป็นบริษัทที่มีการทำ Localize มากที่สุดในโลกแล้วครับ ดังนั้นในอนาคตเราอาจจะมีหน้าจอการใช้งาน Google Affiliate Network ที่เป็นภาษาไทยใช้กันก็ได้

3. เรื่อง User Interface ที่ผมมองว่า น่าจะมีการเปลี่ยนแปลงให้มี Look & Feel คล้ายกับ Google มากขึ้น และที่สำคัญน่าจะทำให้ Google Affiliate Network เป็นอะไรที่ใช้งานได้ง่ายดาย เหมือนกับทุกบริการของ Google ครับ

4. Local Payment ที่ทาง Google มีเครือข่ายในหลายประเทศอยู่แล้ว ดังนั้น Publisher ก็จะได้รับเงินรวดเร็วและสะดวกขึ้นกว่า Affiliate Network เจ้าอื่นๆ ครับ

 

ซึ่งทั้งหมดนี้น่าจะทำให้ Google Affiliate Network มีผู้ใช้งานมากขึ้นเรื่อยๆครับ แต่ทั้งนี้ Google Affiliate Network จะขึ้นมาเป็นเบอร์ 1 แทนที่ CJ ได้ไหม ผมว่าขึ้นอยู่กับปัจจัยอีกหลายๆอย่างครับ และขึ้นอยู่กับว่าทาง CJ เอง จะวางแผนสู้อย่างไรด้วย

เพียงแต่ช่วงที่ผ่านมา เพียงแค่มีข่าวเรื่อง Google Affiliate Network เล็ดลอดออกมา หุ้นของ CJ เอง (VCLK) ก็ตกร่วงระนาวแล้วครับ ^_^

แต่ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นต่อไป การปรากฏตัวของ Google Affiliate Network นี้ ก็น่าจะเป็นผลดีกับพวกเรา เหล่าชาว Affiliate Marketing ทุกคนครับ

 

สู้ต่อไปนะครับ

ตราวุทธิ์

 

ป.ล. สำหรับใครที่ต้องการเข้าอบรม Ultimate aStore Optimization ในขณะนี้เหลือจำนวนที่นั่งอีกเพียง 11 ท่านเท่านั้นนะครับ เข้าไปสมัครได้ที่

=> http://infogination.com/course/ultimate-astore-optimization

Permalink • Print • 3 Comments
Next Page »
Rodney's 404 Handler Plugin plugged in.